Sunday, August 5, 2007


ปลา ” ไม่ใช่เพียงแค่กินแล้วฉลาด แต่หากกินปลาอย่างฉลาด โดยการย่างหรือนึ่งจะช่วยป้องกันภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งหากไม่ป้องกัน ดูแล มีโอกาสเสี่ยงสูงในการทำให้เส้นเลือดในสมองอุดตัน และกลายเป็นอัมพาตในที่สุด

ศ . นพ . เกียรติชัย ภูริปัญโญ อายุรแพทย์โรคหัวใจ สถาบันหัวใจเพอร์เฟคฮาร์ท - ปิยะเวท กล่าวว่า หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิด Atrial Fibrilllation ถือเป็นโรคหัวใจชนิดหนึ่ง สาเหตุเกิดมาจากมีจุด หรือ ตำแหน่งบางตำแหน่งในหัวใจที่กำเนิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติ หรือมีจุดวงจรลัดไฟฟ้าเล็กๆ ภายในหัวใจทำให้การหดตัวของหัวใจช่องบนผิดปกติ มีผลให้การหมุนเวียนของเลือดที่สูบฉีดในหัวใจติดขัด ทำให้เลือดค้าง และเกิดลิ่มเลือดขึ้นในตำแหน่งช่องบนของหัวใจ ซึ่งลิ่มเลือดนี้มีโอกาสที่จะหลุดจากหัวใจไปตามอวัยวะต่างๆ ขอร่างกาย แต่ส่วนใหญ่จะไปที่สมอง และทำให้เส้นเลือดในสมองอุดตัน และกลายเป็นอัมพาตในที่สุด

ผลที่ได้จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมอายุรแพทย์หัวใจในอเมริกา (American Heart Association) ยังแนะนำด้วยว่า การรับประทานปลาทูน่า หรือปลาอื่นๆ ที่ผ่านกระบวนการย่างหรือนึ่งอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะตั้งหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ โดยเฉพาะในกลุ่มทั้งหญิงและชายที่สูงอายุ นอกจากนั้น ยังช่วยในเรื่องของการลดความดันโลหิตด้วย อย่างไรก็ตามหากรับประทานปลาแต่เป็นปลาทอดจะไม่ช่วยลดความเสี่ยงนี้แต่อย่างใด ศ . นพ . เกียรติชัย ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า อาหารหรือยาบางชนิดมีผลต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่ แอลกอฮอล์ คาเฟอีน ( กาแฟ / ชา ) บุหรี่ ยากระตุ้น ที่มีสารคาเฟอีน ยาแก้ปวดบางชนิด นอกจากนั้นอาจมีปัจจัยภายนอกอีกหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน การนอนหลับพักผ่อนไม่พอ ความเครียดการออกกำลังกายมากเกินไป

อย่างไรก็ตามในกรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจากมีจุดลัดวงจรไฟฟ้า ปัจจุบันมีวิธีรักษาให้หายขาดได้ถึงร้อยละ 90-95 การรักษาโดยจี้ด้วยคลื่นไฟฟ้าผ่านสายสวนหัวใจ การรักษาดังกล่าวใช้วิธีการเจาะหลอดเลือดบริเวณต้นขา สอดสายสวนหัวใจเข้าไปหาตำแหน่งของทางลัดวงจรไฟฟ้าในหัวใจ เมื่อหาตำแหน่งได้แล้วก็ผ่านกระแสไฟฟ้าความถี่สูงเท่าคลื่นวิทยุผ่านสายสวนหัวใจไปยังตำแหน่งดังกล่าวกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ นั้น จะถูกเปลี่ยนให้เป็นพลังงานความร้อน และทำให้อุณหภูมิที่ปลายสายสวนหัวใจเพิ่มขึ้นจาก 37 องศา เป็น 55 องศา หรือเท่ากับน้ำอุ่นๆ ทำให้ทางลัดวงจรไฟฟ้าดังกล่าวถูกทำลายไป ปัจจุบันการรักษาโดยวิธีจี้ด้วยคลื่นไฟฟ้านี้ ทำให้คนไข้ประมาณร้อยละ 90-95 หายขาดจากโรคหัวใจ

ที่มา:http://www.thainhf.org/foodandwater/detail4.asp

No comments: